ลิขสิทธิ์


ภาพและข้อความบนบล็อคนี้ทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของนิตยสารไม้ดอกไม้ประดับ ไม่สงวนสิทธิ์หากจะนำไปเผยแพร่ความรู้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์เชิงการค้าทุกช่องทาง

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิค การทำชวนชมไทยโซโคทรงสูง สไตล์มนัสรัชดา



มนัส แย้มศิริ
เรื่อง/ภาพ : กองบรรณาธิการ
นาทีนี้พอได้ยินคำว่า “ชวนชม” โดยเฉพาะชวนชมตระกูลโซโคทรานัมขึ้นมาเมื่อไหร่…….เป็นต้องนึกถึง “ทรงสูง” ซะอย่างนั้น!!!

เป็นเพราะอะไร????......ก็เพราะช่วงนี้ชวนชมทรงสูงกำลังอยู่ในช่วงฮ็อตฮิตติดลมบน เพราะหลังจากชวนชมไทยโซโคที่ว่าพอจะมี “คอ” ให้เห็น แต่เมื่อต้นที่โตขึ้นตามวันเวลาทำให้ “คอ” ที่เคยมีอยู่น้อยนิดกลับถูกส่วนของรากและกิ่งก้านกลืนกินกระทั่ง “เตี้ยม่อต้อ คอไม่มี” ดูแล้วขัดในตาคนเลี้ยงไม้เสียจริง!!!

จะต้นเล็ก ต้นเตี้ยอย่างไรก็ไม่ขัดใจนักเลี้ยงชวนชมเท่ากับ “ยิ่งโตคอยิ่งหาย” เพราะชวนชมส่วนใหญ่มักจะสวยเฉพาะช่วงที่ยังเล็กส่วนยอด คอ และล่าง ยังดูสมสัดส่วนดี แต่ก็อย่างที่ว่าชวนชมเมื่อยิ่งโตส่วนของรากก็จะโตขึ้นเพราะเป็นเสมือน “ตู้กับข้าว” ไว้หล่อเลี้ยงส่วนอื่นๆ ของต้น อาหารในตู้กับข้าวยิ่งมากยิ่งต้องใช้พื้นที่ในการเก็บเยอะตามไปด้วย จากแหล่งเก็บเสบียง เล็กๆ นานเข้าก็ต้องขยายใหญ่ให้พอเก็บเสบียง
ส่วนของลำต้นที่ไม่เน้นหน้าที่เก็บอาหารก็โตไม่ทันส่วนรากเสียอย่างนั้น อีกทางคือส่วนยอดที่ต้องทำหน้าที่แตกกิ่งก้านขยายสาขาออกไปเพื่อสร้างใบให้ผลิตอาหารหล่อเลี้ยงระบบโครงสร้างของต้น แล้วกิ่งหลักจะงอกออกมาจากตรงไหน??...ก็ตรงส่วนของ “คอ” นั่นแหละนี่เองจึงเป็นสาเหตุให้ชวนชม “ยิ่งโตคอยิ่งสั้น” ใช่ไม่ใช่!!!

รากหลากลีลา
เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่นักเลี้ยงชวนชม “ขบคิด” กันอย่าง “เมามันส์” ว่าจะทำอย่างไร
กระทั่งความคิดมาตกผลึกที่การ “เอารากมาแทนลำต้น” นี่เป็นหลักการพื้นฐานที่เกิดขึ้นในวิธีการแก้ปัญหาลด “จุดบอด” ที่ว่าชวนชมไม่มีคอ แต่ในส่วนของวิธีการนั้นก็ว่ากันไปตามแต่เทคนิคของแต่ละบุคคล
บางคน “ปูทาง” ให้ชวนชมเป็นทรงสูงตั้งแต่ “ยังไม่งอกจากเมล็ด” สารพัดวิธีให้ต้นชวนชมสูงยืดยาวตั้งแต่เกิด บ้างเพาะในวัสดุทรงสูงเพื่อให้รากยาวขึ้น บ้างก็เพาะเมล็ดในพื้นที่แสงน้อยเพื่อให้ต้นกล้าชวนชมยืดเหยียดยาวหาแสงสว่างเพื่อนำไปใช้พัฒนาให้เป็นลำต้นต่อไป
บางคนไม่ได้เริ่มที่การเพาะเมล็ดก็มาเริ่มปรับให้ชวนชมเป็นทรงสูงในระยะที่ยังเป็นไม้เล็กด้วยการทยอยยกรากขึ้นเรื่อยๆ ทีละเล็กละน้อยให้ต้นชวนชมค่อยๆ ปรับสภาพกันไป
ถ้าเป็นชวนชมต้นใหญ่แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอย่างใดค่อยๆ ยกทั้งต้นใหญ่ๆ นั่นแหละจะเป็นไรไป!!! แต่ต้องใช้ไม้ค้ำพยุงต้นเขาไว้บ้างจะได้ไม่ร่วงล้มโครมครามลงมาเสียก่อนจะได้โตเป็นทรงสูงสวยๆ เท่านั้นเอง เพราะยิ่งถ้าต้นใหญ่เท่าไหร่น้ำหนักโดยรวมของต้นก็มากขึ้นเท่านั้น รากที่พึ่งยกขึ้นมาอาจรับน้ำหนักนี้ไม่ไหว  เนื่องจากเคยอยู่ในดิน มีดินคอยช่วยพยุงรับน้ำหนักมาตั้งแต่ก่อนเก่า แต่ตอนนี้ต้องมารับน้ำหนักเองทั้งต้นจึงต้องค่อยๆ ปรับตัวกันไป

เรื่องของวิธีการทำให้ชวนชมเป็นทรงสูงนั้นโดยรวมแล้วแต่ละสวนนั้นมีหลักการที่ใกล้เคียงกัน แต่ผลที่ออกมาหลังจากการยกรากมาแทนลำต้นนั้นจะแสดงให้เห็นได้เลยว่า แต่ละสวนมีสไตล์การทำทรงสูงเป็นอย่างไร

เพชรบ้านนา
นักเลี้ยงบางคนชอบรากเยอะ บางคนชอบรากน้อย แต่ทั้ง 2 แบบต่างมีข้อดีข้อด้อย ในกรณีที่เราตัดรากออกให้เหลือรากจำนวนน้อย รากที่เราเลี้ยงไว้จะโตเร็วเพราะไม่ต้องแบ่งอาหารไปเก็บในรากเส้นอื่นๆ ในช่วงแรกๆ ส่วนระบบรากที่ยกขึ้นมาอาจดูบางตาเพราะถูกตัดออกไป แต่วันหนึ่งรากพวกนั้นก็ต้องโตขึ้นมาแล้วทำให้ระบบรากดูแน่นขึ้นได้
ในขณะที่บางคนจะชอบให้มีรากมากทำให้ส่วนรากดูค่อนข้างหนาตา แต่รากหลายๆ เส้น ย่อมโตช้ากว่าแบบรากน้อย ในขั้นนี้ผู้เลี้ยงต้องใช้ใจตัดสินแล้วล่ะว่าใครรัก-ใครชอบแบบไหนว่ากันไปตามแต่ใจบงการ

คราวนี้ทีมงานมีโอกาสได้ไปเยือนสวนชวนชมกลางกรุง เพียงแค่เอ่ยขึ้นมาว่าสวนชวนชมในซอยรัชดา 36 เท่านั้น คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากสวนชวนชมของคุณมนัส แย้มศิริ ที่มักถูกคนในวงการเรียกชื่อสวนไปต่างๆ นานา อย่าง สวนชวนชมมนัส-รัชดา, สวนนัด-รัชดา หรือสวนชวนชมรัชดา ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนหมายถึงสวนชวนชมของพี่มนัสแห่งนี้นั่นเอง

ไม่น่าเชื่อว่าใจกลางเมืองเช่นนี้จะมีสวนชวนชมจัดรากขนาดหลายพันต้นอยู่ ส่วนใหญ่เป็นชวนชมที่มีชื่อคุ้นหูอย่าง เพชรบ้านนา บางคล้า เขาหินซ้อน ตระกูลเอส1 ที่พี่มนัสนำมาทำเป็นทรงสูงด้วยเทคนิคการจัดราก

มนัสเลี้ยงชวนชมมามากกว่า 10 ปี ก่อนหน้านั้นเขาปลูกเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรกโดยเฉพาะกล้วยไม้ตระกูลแคทลียา และเริ่มมาทดลองปลูกเลี้ยงชวนชมบริเวณหน้าบ้าน ลองเลี้ยงหลายๆ สายพันธุ์ หลากหลายรูปแบบ มีการจักราดบ้าง บางคนมาเห็นขอซื้อไปบ้างแม้ตอนนั้นมนัสไม่ได้ทำเชิงการค้านักก็ตาม

นเมื่อประมาณ ปี 2547-2548 ที่มีการเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับชวนชม และเป็นช่วงที่ชวนชมเพชรบ้านนากำลังเป็นที่นิยมในขณะที่เพชรบ้านนายังเป็นไม้ที่หายาก ก็มีคนมาถ่ายภาพชวนชมที่สวนไปลงในเว็บไซต์ ทำให้คนที่ไม่เคยเห็นไม้สไตล์นี้ได้รู้จักมากขึ้น ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงที่ทางสวนเริ่มมีไม้มากขึ้นมนัสจึงขายไม้บางส่วนออกไป และเขาก็เริ่มหาลูกไม้หลายๆ ตัวมาเลี้ยงบ้าง จึงทำให้สวนของมนัสเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในโลกออนไลน์ และนั่นเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของสวนมนัส รัชดา ที่หลายๆ คนรู้จัก

นัสไม่เคยตั้งชื่อสไตล์การจัดรากของเขา!!!! แต่บรรดานักเล่นชวนชมที่ติดตามผลงานของเขาทางโลกไซเบอร์จะเรียกสไตล์การจัดรากแบบนี้ว่า “ยกสูงรากธรรมชาติ” แล้วยกสูงรากธรรมชาตินี้เป็นอย่างไร ไปฟังกัน!!!
“คำว่ารากธรรมชาตินี่คือเป็นรากที่มีลักษณะตามธรรมชาติของมันเอง ไม่ใช่รากที่เกิดจากการตั้งใจดัด หรือจงใจในการจัดเรียงมากเกินไป แต่รากแบบธรรมชาติจะมีลีลาการไหล รากของมันออกมาอย่างไรก็ให้ไหลไปตามนั้น แล้วทีนี้เราคุมให้มันลู่ไว้ก่อน เป็นการเซฟพื้นที่ แล้วถ้ารากมันใหญ่แล้วจะเอาไปปลูกทีหลัง อยากจะแผ่ให้มันเป็นสุ่มเราก็กางออกได้ เปลี่ยนดินอีกทีมันก็เอาไปจัดใหม่ได้อีก”

มนัสเคยมีประสบการณ์ในการจัดรากมาหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเน้นโชว์รากแบบปล่อยให้รากเกี่ยวพันกันลดเลี้ยวไปมา หรือการจัดแบบแผ่ราก กระทั่งตอนนี้เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการจัดรากแบบยกสูงแต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติของเส้นสายลายลักษณ์ของรากชวนชมแต่ละต้น

การจัดรากชวนชมของมนัสจะยังคงความเป็นธรรมชาติของการไหลเลื้อยของรากเอาไว้ เขาบอกว่านี่เป็นลีลาที่ทำให้ชวนชมแต่ละต้นแตกต่างกัน การจัดรากของเขาจะเน้นการเหลือรากไว้ให้น้อยไม่เก็บไว้ทุกราก เพราะเขามอง
อนาคตว่าเมื่อรากชวนชมใหญ่ขึ้นจะทำให้ส่วนล่างของชวนชมแน่นเกินไป
หากเก็บรากชวนชมไว้มากเกินไปจะทำให้รากชวนชมโตช้า แต่ถ้าชวนชมมีรากน้อยจะโตไวกว่า 

เพชรบ้านนา
ดังนั้นชวนชมหลายต้นของเขาจึงถูกตัดรากบางส่วนออกไป เพราะที่ผ่านมาเขาเคยจัดรากในลักษณะเหลือรากไว้มากเช่นกัน แม้บางรากจะเป็นรากเส้นใหญ่แต่เขาก็ยืนยันที่จะตัดเพื่อให้ชวนชมสวยและได้รูปมากขึ้น

ไม่ใช่เพียงแต่การตัดรากใหญ่ๆ ออกไปเท่านั้น เขายังเคย “ตัดเนื้อ” ชวนชมบางส่วนออกไป หรือ “ผ่าราก” เพื่อ บีบเข้าไปเพื่อให้สามารถนำรากชวนชมที่เคยกางแผ่ในกระถางให้กลับมาอยู่ในกระถางที่เล็กกว่า และกลายเป็นทรงสูง
บางคนบอกว่าไม้ของเขาเป็น “ไม้ศัลยกรรม” แต่เขาก็ยินดีที่จะน้อมรับ 
“เพราะไม้ไม่ได้สวยทุกต้น ไม้บางต้นต้องผ่านการตัดแต่งเพื่อให้กลายเป็นไม้ที่สวยงาม ในขณะที่ไม้บางต้นสวยได้ด้วยตัวเอง...ซึ่งนั่นเป็นส่วนน้อย!!เขาว่า
“รากบางรากใหญ่แต่เราไม่ต้องการเราก็ตัดออก แล้วก็บีบเข้าไป บางคนบอกว่าเป็นไม้ศัลยกรรม เพราะว่าส่วนของรากที่มันกางอยู่ บางทีเราต้องตัดเนื้อมันออกด้วย เราสามารถผ่าเนื้อมันออกแล้วก็บีบมันเข้ามา แล้วไม้เราไม่ได้สูงเป็นแท่ง มันสูงเพราะเราตัดแต่งราก ถึงมันจะมีแผลบ้างแต่มันก็เป็นลีลาของมัน ไม่เป็นไรยังงัยมันก็อยู่กับเรา ถ้าเราไม่รังเกียจแผลมัน อีกสักปีแผลมันก็หายมันก็เนียนไป รอยที่เป็นแผลก็จะหลุดลอกออกไปรอยแผลมันก็หายไป”
           
ดิมทีมนัสจะเล่นชวนชมไม้ที่มีรากแบบโบราณ ที่มีรากเป็นพวงๆ แต่ไม้ลักษณะนั้นจะสวยในไซส์เล็ก และไซส์กลาง แต่เมื่อโตขึ้นรากที่เคยเป็นพวงจะเริ่มกอดกันแน่นขึ้นรากจะเริ่มเกยกัน กลายเป็นว่าเขาเอาไม้เหล่านั้นมายกตอนที่ไม้อายุมาแล้วการจัดตกแต่งหรือศัลยกรรมรากจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ไม้สวยขึ้นได้

มนัสทำไม้ทรงสูงโดยใช้วิธียกราก ใช้หลักการเอารากขึ้นมาทำเป็นลำต้น ที่ผ่านมาเขาเคยเพาะให้สูงตั้งแต่เล็กๆ ปรากฏว่าคอยาวไม่สวยอย่างที่คิดไว้ ตอนหลังจึงมาลองใช้วิธีการตัดแต่งและเหลารากแล้วค่อยๆ ไล่ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วจากปลายรากเล็กๆ เมื่อโตขึ้นก็จะกลายเป็นลำได้เช่นกัน

จากที่คิดไว้ว่าเมื่อโตขึ้นต้นจะสูงขึ้นด้วย แต่ปรากฏว่าไม่สูงอย่างที่ตั้งใจไว้ ส่วนใหญ่ชวนชมจะอ้วนออกด้านข้างเสียมากกว่า ทำให้ความสูงของมันดูหายไป คอก็เริ่มหาย เพราะรากเริ่มโตขึ้นมาแทน กิ่งใหม่ที่งอกออกมาจะงอกใต้กิ่งเดิมทำให้กินเนื้อที่ด้านล่างที่เป็นลำต้น ทำให้ภาพโดยรวมของชวนชมดูอ้วยเตี้ย
“ต้นเขาจะอ้วนขึ้น แต่ความสูงเขาไม่ได้สูงขึ้น มันก็เลยกลายเป็นเหมือนว่าคอมันหายไป แล้วกิ่งเล็กที่งอกออกมาทีหลังเขาอยู่ข้างล่างเขาได้อาหารเยอะเขาก็จะโตเร็วกว่า บางทีกิ่งเล็กๆ ที่งอกมาเขาจะโตทันหรือไม่ก็โตแซงกิ่งที่อยู่ด้านในเลย ไม้ที่นี่จะไม่เหมือนไม้ของคนอื่นมันจะสูงๆ เป็นไม้ที่เราหนีการที่คอมันหาย อย่างบางต้นถ้าเราไม่เอายกสูงคอมันก็หายไปแล้ว
รากพวกนี้เราตัดมันออก แล้วรากข้างล่างนี่บางทีมันกว้าง เราก็ต้องบีบมันเข้า แล้วเราก็หุบรากเขาเข้าไป รากมันน้อยเส้นมันเลยทำให้รากมันใหญ่เร็ว ไม่ต้องแบ่งอาหารไปเลี้ยงรากอื่นๆ สมมุติเรามีรากน้อยมันก็ใหญ่เร็ว ถ้ารากเยอะมันก็จะแบ่งอาหารไปสะสมหลายๆ รากก็ทำให้โตช้า”

มนัสเล่าว่าตอนนี้ไม้เขาถือว่ารากน้อยทำให้รู้สึกว่าส่วนล่างยังบางตา แต่อีกสัก 2 ปี รากมีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ดูแล้วเต็มมากกว่านี้ เขาตั้งใจว่าจะใช้รากเหล่านี้แทนลำต้นให้เหมือนว่าชวนชมต้นนี้สูง แต่ความจริงแล้วเป็นส่วนรากที่ถูกนำมายกสูงให้เป็นลำต้น

……..สุดท้ายมนัสยังได้แสดงทัศนคติเกี่ยวกับการปลูกเลี้ยงชวนชมด้วยว่า การจัดแต่งชวนชมนั้นอยู่ที่ความชอบ ว่าผู้เลี้ยงชอบไม้แบบไหน ทั้งนี้อยู่ที่ยุคสมัย แล้วก็จินตนาการของคนเล่นไม้ว่าอยากให้ไม้ออกมาเป็นอย่างไร อยู่ที่เจ้าของไม้ว่าอยากจะได้ทรงไหน แล้วต้องคิดว่าทำแบบไหนถึงจะได้อย่างที่ต้องการ จะต้องจัดรากแบบไหน จะเอารากเส้นนี้ไปไว้ตรงไหน บางรากที่เขาพันกันอยู่เราคิดว่ามันสวย เราชอบเราก็เก็บไว้ เราไม่ชอบเราก็จับยืดออก

ช่วงหลังมีคนทำไม้ทรงสูงเยอะก็จริง ซึ่งแล้วแต่ความชอบเช่นกัน บางคนชอบแบบรากน้อย บางคนชอบแบบรากเยอะ ถ้ารากเยอะต่อไปอนาคตรากเขาก็จะโตเป็นพวงกลุ่มใหญ่ การที่รากเป็นพวงใหญ่ถ้ามันไปสวยในยุคที่คนชอบ มันก็อาจจะกลายเป็นไม้สวย ไม้เทรนที่คนนิยม
เพชรบ้านนาทรงแท่ง

อยากให้เน้นว่าเป็นแบบที่เราชอบ อยากให้ผู้เล่นสนุกกับมัน สนุกกับการจัดแต่งว่าไม้ตัวนี้น่าจะเป็นแบบไหน เพราะไม้แต่ละตัวนั้นมีลักษณะไม่เหมือนกัน อยากให้คนที่มีไม้อยู่ในมือลองเอาจัดแต่งรากดู บางคนยังไม่แน่ใจอาจจะลองหาไม้ที่ราคาไม่สูงมากมาลองเล่นลองเลี้ยงดูก่อน เมื่อมีความมั่นใจแล้วค่อยลองหาซื้อไม้ที่มีราคาสูงขึ้นมาเลี้ยง อาจลองเลี้ยงไม้ฟอร์มประกวดก็ว่ากันไป

ยกสูงหุบรากจกกลายเป็นทรงสูงชะลูด
…….เพราะแม้แต่ตัวมนัสเองเขาก็ไม่อาจนิยามสไตล์การจัดรากของเขาว่าเป็นอย่างไร แต่เขาสามารถบอกได้ว่าสไตล์การจัดรากที่เขาชอบ คือการยกรากให้สูงแทนลำต้น ปล่อยให้รากลื่นไหลเป็นอิสระเน้นที่ความเป็นธรรมชาติ รากไม่ต้องมีมาก อาจมีการตัดแต่งรากบางเส้นที่ไม่ต้องการออกบ้าง แต่ถ้าทำเพื่อให้ชวนชมเกิดความสวยงามเขาก็มีความสุขทุกต้นที่เขาจัดราก

ส่วนการปลูกเลี้ยงชวนชมของมนัสนั้นเน้นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่สวนของเขาอยู่ในบริเวณบ้าน ทั้งยังเป็นเขตชุมชนจึงไม่เน้นการใช้สารเคมีนัก การดูแลส่วนใหญ่จึงมีเพียงการรดน้ำเท่านั้น วัสดุปลูกที่ใช้เน้นวัสดุที่หาได้ง่ายอย่างเช่นดินใบก้ามปู กาบมะพร้าวสับ ถ้ามีเศษวัสดุอื่นๆ อย่างเปลือกถั่วก็สามารถผสมในดินปลูกได้

สิ่งที่ต้องคำนึงหลักๆ คือสภาพดินต้องมีความโปร่ง ระบายน้ำได้ดี มีการใช้ปุ๋ยออสโมโคสบโรยในก้นกระถางชวนชมต้นที่ขาดความสมบูรณ์เท่านั้น ใช่ว่าจำเป็นจะต้องใส่ทุกต้น ต้นไหนที่งามอยู่แล้วก็ปล่อยให้เขางามตามธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเร่งให้ไม้มีความอุดมสมบูรณ์มากเกินไป เพราอาจจะทำให้กิ่งก้านยืดยาวเสียฟอร์มได้


จับแขวน เห็นรากชัดว่าเขาจักรากแบบพุ่งลงดิน 90 องศา เพื่อเรียกความสูงให้ชวนชมต้นนี้




ภาพรวมสวนมนัส ย่านรัชดา
เพชรบ้านนา

ขอขอบคุณ
คุณมนัส แย้มศิริ
6/6 หมู่ 8 แยก 3 ซอยรัชดา 36 (ซ. เสือใหญ่อุทิศ) กทม. เบอร์โทรศัพท์ 08-9201-8897

:::ไม้ดอกไม้ประดับ ฉบับ 185 เดือนกรกฎาคม 2555:::

1 ความคิดเห็น:

joon pa กล่าวว่า...

ขออนุญาตฝากลิงค์นะคะ
ลุ้นเดิมพันไปกับเกม บาคาร่าออนไลน์ ที่นี่เลยค่ะ
https://www.111player.com