ลิขสิทธิ์


ภาพและข้อความบนบล็อคนี้ทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของนิตยสารไม้ดอกไม้ประดับ ไม่สงวนสิทธิ์หากจะนำไปเผยแพร่ความรู้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์เชิงการค้าทุกช่องทาง

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เที่ยวสวนชวนชม Mr. P สามชุก เมืองสุพรรณ

_____________________________________
เที่ยวสวน Mr. P สามชุก เมืองสุพรรณ ผลิตชวนชมไทยโซโคเชิงคุณภาพ ป้อนตลาดนักเล่น      
เรื่อง : พรรณี เดชศรี
               สวน Mr. P เป็นอีกหนึ่งสวนชวนชมในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีคนพูดถึงอยู่ไม่ขาดสาย ทั้งในด้านการผลิต แนวคิด และการจัดราก เดือดร้อนถึงทีมงานต้องเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมพบปะพูดคุยกับผู้เป็นเจ้าของสวน 
                การเดินทางเริ่มต้นในเช้าวันอาทิตย์จุดหมายปลายทางคือ อ.สามชุก เนื่องจากว่าเจ้าของสวนรับราชการอยู่กรมอู่ทหารเรือ จึงมีวันว่างเฉพาะเสาร์อาทิตย์ที่จะเข้าไปดูแลบรรดาชวนชมไม้โปรด
... พีรภัทร ปิ่นทอง เขาคือ นายทหารเรือที่เข้ามาหลงเสน่ห์หัวปักหัวปำกับชวนชมได้ 3 ปีกว่า ชวนชมต้นแรกที่พีรภัทรนำมาเลี้ยงเป็นพันธุ์ฮอลแลนด์เพาะเมล็ด จากญาติสนิท 2 ต้น เวลาผ่านไปรูปทรงเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ความสวยงามแบบธรรมชาติเริ่มฉายแวว จากการเลี้ยงไว้ดูเล่นก่อตัวเป็นความชอบทีละเล็กทีละน้อย
นั่นเป็นตัวจุดประกายทำให้เขาเริ่มหันมาสนใจชวนชมอย่างจริงจัง ก่อนจะดำเนินการเสาะหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเตอร์เน็ต ชวนชมกลุ่มที่พีรภัทรให้ความสนใจในขณะนั้นเป็นกลุ่มของไทยโซโค โดยให้เหตุผลว่าด้วยลักษณะฟอร์มโครงสร้างกะทัดรัดไม่ใหญ่เทอะทะมาก นี่แหละเป็นรูปแบบที่โดนใจ ที่สำคัญไทยโซโคมีรากให้เล่นมีกิ่งให้แต่ง
หลังจากมีฐานข้อมูลพอสมควร เขาจึงติดต่อขอซื้อเมล็ดพันธุ์ แต่เพราะปี 2552 เป็นช่วงที่ชวนชมได้รับความนิยมสูงสุด เมล็ดพันธุ์ที่ซื้อขายมีราคาแพง 30-40 บาท อย่างพันธุ์มงกุฎทองราคา 40 บาท เพชรบ้านนา 40 บาท เขาจึงเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ชวนชม และต้นในราคาไม่เกินหลักร้อยเท่านั้น 
บทเรียนบทแรกเรียนรู้ด้วยตัวเองจากไม้ในสวน
         บทเรียนบทแรกของพีรภัทรที่เริ่มเข้ามาสู่วงการชวนชม นอกจากโดนหลอกขายเมล็ด “พันธุ์เทียม” เลี้ยงยังไงก็ไม่ใช่ “พันธุ์แท้” ที่ต้องการแล้ว ยังโชคร้ายแบบซ้ำซ้อนก็เพราะเมล็ดสั่งซื้อ เมื่อนำไปเพาะปรากฏว่าความสวยไม่ฉายแวว “เด่น” กลับเป็น “ด้อย” ซะงั้น…!!!
เขาคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมรับความเป็นจริง และถือเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษา ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาทำใจยอมรับได้ง่าย อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้สนใจเรื่องการตลาด แต่ให้ความสนใจในเรื่องทำไม้สวยด้วยสองมือตัวเอง
รูปแบบการทำไม้ในระยะแรก พีรภัทรเลือกทำรากตามกระแสอย่าง “รากตะขาบ” เพราะมองว่าเป็นรูปแบบง่าย ๆ พอทำได้เอง แต่ผลที่ออกมากลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ไม้ที่ทำมีตายมีแคระแกร็น ช่วงแรกที่เริ่มเล่นเขาเล่าว่าหมดเงินไปหลายหมื่นบาท ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมองว่าการเรียนรู้ต้องมีการลงทุน
เรียนผูกเรียนแก้อยู่นานสั่งสมประสบการณ์ได้ปีกว่า แต่ไม้ที่ทำขึ้นก็ยังตอบโจทย์ความสวยงามที่ต้องการไม่ได้ ก่อนจะเห็นรูปแบบการจัดรากจากสวนสมภพและสวนสมบัติ จึงลองเอารูปแบบมาเป็นแบบอย่าง พอเริ่มจัดรากความสนุกก็เริ่มพุ่งพรวด เกิดจินตนาการมากมาย
จากนั้นพีรภัทรก็เริ่มพัฒนาฝีมือเรื่อยมา ทำให้ไม้เริ่มมีจำนวนมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดจำหน่ายได้ จึงค่อยขยับขยายทำจำนวนอย่างต่อเนื่อง

“ไม้ของผมมองแล้วว่าจัดไม่ได้ ผมจะตัดเลยทันที แลกเลยเพราะมองแล้วยังไงไม้ก็ไม่สวย ถือเป็นการเรียนรู้อีกอย่างหนึ่ง อยู่ที่คุณกล้าตัดไหม เพราะความสวยไม่มีอยู่แล้ว ถ้าตัดอาจสวยขึ้นมาก็ได้ ผลออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ตรงนี้เองทำให้ผมเริ่มมีความมั่นใจขึ้น” พีรภัทรพูดถึงหลักการทำไม้ของเขา
ปัจจุบันสวน Mr. P ได้โละชวนชมรากตะขาบทิ้งแล้ว ก่อนหันมาเน้นหนักในเรื่องของการจัดรากธรรมชาติ รวมทั้งทรงสูง ซึ่งเป็นการตัดแต่งรากแก้ว ชวนชมที่มีการจัดรากได้แก่ มงกุฎทอง ถังทอง เขาหินซ้อน บางคล้า หนองแหน นางพญา เวียงนาวี ชฎาเพชร และเพชรบ้านนา
ผลิตชวนชมป้อนตลาดต้องเน้นคุณภาพ
ไม้คุณภาพของพีรภัทรที่สวนต้องมีกิ่งสั้น ถี่ กระชับ ไม่ยืด การดูไม้คุณภาพของเขาอันดับแรกดูที่กิ่งสั้นกระชับ และไม้ต้องมีรากให้เล่นโดยรอบ
การจัดรากพีรภัทรไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มไทยโซโคเท่านั้น แต่กลุ่มอาราบีคัมยังสามารถจัดรากได้เหมือนกัน แต่ต้องเริ่มจัดรากกตั้งแต่เล็ก เพราะเดี๋ยวนี้ต้องทำรากหลากหลายจึงต้องจัดเตรียมไว้
“ราชินีพันดอกเพาะเมล็ดเราก็ทำ แต่ทำเพื่อเป็นการศึกษาว่า ถ้าทำให้มันฟอร์มอ้วนเตี้ยจะทำได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ก็เลี้ยงไว้ดูเล่น พวกนี้ต้องลองด้วยตัวอง”
เมื่อก่อนพีรภัทรไม่นิยมการเข้าลวด แต่ตอนนี้เริ่มหันมาทำด้วยตัวเอง สำหรับไม้ในดวงใจของนายทหารท่านนี้เป็น “ถังทอง” ก่อนจะให้เหตุผล เลี้ยงง่ายไม่ต้องคลุมใบ ข้อถี่กิ่งกระชับ การดูไม้ของเขาจะดูข้างบนก่อน ส่วนข้างล่างเขาสามารถตัดแต่งเองได้
แต่ชวนชมที่สวนแห่งนี้ ยังคงเน้นกลุ่มไทยโซโค เพราะต้องการเล่นราก แต่กลุ่มอาราบีคัมบางตัวอาจลองศึกษาดูอีกทีว่า จะทำอย่างไรให้โครงสร้าง รูปฟอร์ม อ้วนเตี้ย ตามแบบฉบับของพีรภัทร การจัดรากชวนชมจะไม่ตามกระแสมากนัก แต่จะมีบางส่วนทำรูปทรงอื่นเก็บไว้ประดับสวนบ้าง
ตอนนี้ทางสวนยังไม่มีกลุ่มอาราบีคัมจัดรากมากนัก จะมีเพียงราชินีพันดอกเพาะเมล็ดที่กำลังทดลองเลี้ยง เพราะจากที่เคยเลี้ยง ปรากฏว่า สร้างและจัดรากได้ อายุเพียงปีกว่า ขายไปแล้วในราคา 27,000 บาท พีรภัทรเล่าด้วยความภูมิใจว่าเป็นต้นแรกสายอาราบีคัมที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะทำต่อ
“นั่นเป็นแรงบันดาลใจว่าเฮ้ยราชินีจัดราก จากที่เล่นและทำไม้มา 3 ปี ยังไม่มีนะ มีแต่กิ่งยืดกิ่งยาว จากนั้นเราเริ่มลื้อตั้งแต่ไซส์นิ้วโป้ง และตอนนี้ราชินีเริ่มมีจำนวนประมาณ 200 ต้น เตรียมวางระบบรากออกจากตะกร้าลงกระถาง จะตัดรากแก้วก่อน เพื่อที่จะให้รากกระจาย เรามองอนาคตเราต้องสร้าง ถ้าไปทำตอนไม้ใหญ่แล้วจะจัดลำบาก”
          การคัดคุณภาพเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พีรภัทรให้ความสำคัญ “เราต้องคัดคุณภาพจริง ๆ ถึงจะขายออกไป” เป็นประโยคที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยอุดมการณ์

ตลาดชวนชมซบเซาแต่ไม่มีวันตาย
รูปแบบการจัดรากของพีรภัทรจะดูองค์ประกอบของไม้และความถนัดเป็นหลัก ก่อนจะนิยามคำว่า การจัดรากก็เหมือนการวาดรูป ที่ต้องใช้จินตนาการ บางคนจัดรากโชว์อย่างเดียวเลย 100% แต่การจัดรากของเขาต้องมีรากสั้นรากยาว ต้องมีมิติ ต้องมีเส้นหนึ่งยาว เส้นหนึ่งเอาเข้าด้านใน รากต้องไม่เท่ากัน แลดูให้เป็นธรรมชาติ
สำหรับกระแสหรือรูปแบบการจัดรากพีรภัทรเขาดูทั้งหมด แม้จะบอกว่าการจัดรากดูตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าเขายึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ การเล่นของเขาอาจจะดูแคบเกินไป จึงต้องมีรูปแบบอื่นบ้าง “ดูทั้งหมดนั้นแหละ การจัดรากแบบไหนสวยไม่สวย แล้วค่อยนำมาปรับใช้กับการจัดรากของเราเป็นยังไง
                เจ้าของสวน Mr. P เผยมุมมองการตลาดว่า ถ้าชวนชมมีคุณภาพ มีทั้งกิ่ง ราก ลำต้น ลูกค้าจะมาหาแน่นอน แม้ว่า ตลาดช่วงนี้จะเงียบไป
“เราต้องดูไม้ด้วยว่าไม้ช่วงนี้มันโอเคไหม ถ้ามีไม้สวยไม้คุณภาพ ทุกวันนี้ก็ยังขายได้นะ แต่พี่สังเกตดูว่าทุกวันนี้มันไม่มีไม้สวยขึ้นมา เลยทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการซื้อ มันราคาถูกก็จริง แต่เดี๋ยวนี้คนก็เลือกนะ มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ตรงนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้ตลาดเงียบ” พีรภัทรตั้งข้อสังเกต
แต่ถ้ามีไม้สวยออกมาเมื่อไหร่พีรภัทรเชื่อแน่ว่ายังไงก็ขายได้ เขาไม่กังวลเรื่องตลาด เพราะว่ายังไงมันก็ไม่มีวันตาย เพราะชวนชมมีลูกเล่นหลากหลายดิ้นได้ สังเกตจากรากแต่ละต้นไม่เหมือนกัน และต่อไปทรงต้นอาจทำให้มีราก ถ้าทรงต้นมีกิ่งมีต้นมันก็เหมือนกันหมด ดังนั้นต้องสร้างความแตกต่างไว้บ้าง
วิธีเลี้ยงมีหลายวิธี ไม่เหมือนกันไม่มีสูตรตายตัว เพราะเขาลองมาหมด แต่ไม่เวิร์คสุดท้ายคำตอบก็มาจบที่ว่า “มันเป็นการพัฒนาของเราเอง” แต่ละสูตรแต่สวนไม่เหมือนกัน ต้องทดลองและหาคำตอบด้วยตัวเอง
เทคนิคแต่ละคนอาจคล้ายกัน แต่การเอาใจใส่ดูแลกลับต่างกัน สังเกตบางคนเลี้ยงไม้แบบไม่กล้าคิดไม่กล้าตัดสินใจ  คือ พอได้ไม้มาไม่กล้าทำอะไร ปลูกไปอย่างนั้นจัดรากนิดหน่อย ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่สำหรับเขาต้องทำราก ไม้ต้องอยู่กับเจ้าของเป็นปี ต้องสร้างรากให้เขาก่อน
การทำไม้ ตายบ้าง ไม่สวยบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เคยท้อมีแต่ทำให้เขาฮึดสู้ขึ้นมา ปกติไม้ตายได้ เพียงแต่เราจะกล้าเล่นมันไหม…???
“บางทีก็มีท้อเหนื่อยบ้างเหมือนกัน แต่ถ้าเกิดความรู้สึกนั้นผมจะเดินไปดูไม้ใหญ่ในสวน เพื่อเป็นการผ่อนคลาย เคยคิดเหมือนกันนะ ตอนนั่งทำไม้ไปก็หาคำตอบว่าทำไปทำไม สุดท้ายได้คำตอบก็คือ เพราะเราชอบ ทำแล้วมีความสุข อีกอย่างชวนชมก็ไม่เคยให้โทษ มีแต่ให้ความสุขและคุณค่าทางจิตใจ”
การดูแลชวนชมสวยพร้อมด้วยคุณภาพอยู่ที่การใส่ใจ
พีรภัทรมีเวลาอยู่กับชวนชมที่เขารักช่วงเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น เขาจึงดูแลอย่างเต็มที่ ตั้งแต่รดน้ำ ให้ยา ใส่ปุ๋ย เลี้ยงว่าทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชวนชม เขาเป็ผู้ดูแลเองทั้งหมดเรียกว่า “รากทุกเส้นผ่านมือเขาหมด บางครั้งเทคนิคหรือการดูแล ใหม่ ๆ มักจะเกิดขึ้นในสวนเขานั้นเอง”
การรดน้ำเขาจะรดทุกวัน แต่จะเน้นช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ให้แฉะ มีสปริงเกลอร์ตัวเดียวก็สามารถอยู่ได้ อาศัยเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น
ตัวยาที่ใช้และฮอร์โมนมี 2 ตัว ได้แก่ ฮอร์โมนบำรุงต้นของแอมเวย์ ฉีดพ่น 2 อาทิตย์/ครั้ง ส่วนบำรุงรากใช้รีเฟรช
เครื่องปลูกใช้ใบก้ามปูหลัก ๆ ผสมเอง พีรภัทรเล่าว่าเคยหมักดินแล้ว แต่พบปัญหามีหนอนด้วงในดิน ถ้าเผลอเข้าไปในกระถางจะกินทั้งดินกินทั้งราก การตั้งข้อสังเกตถ้าต้นไหนมีหนอนด้วง ดินจะฟูละเอียดกดลงไปดินจะยุบ
กาบมะพร้าวใช้แบบสับละเอียดผสมกับดินก้ามปู 1:1 ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ ปุ๋ยค้างคาว เป็นการเพิ่มแร่ธาตุในดิน ปุ๋ยเคมีสวนไม่เน้นและไม่ใช้เลย เพราะเคยใช้กับชวนชมปรากฏว่ากิ่งยืด
ช่วงนี้ก็ยังเจออยู่ แต่น้อยจะเจอบางกระถางท่านั้น ถ้าเจอเกล็ดด้วง ด้วงขาว เขาจะเอาฟูราดานโรย แต่ถ้าเป็นแมลงปีกแข็งจะไม่ค่อยโผล่ขึ้นมาบนหน้าดิน หนทางเดียวคือ ต้องเปลี่ยนกระถางอย่างเดียว หรือถ้าเป็นกระถางใหญ่มาก เขาแก้ ปัญหาด้วยการเอาฟูราดาลโรยเป็นชั้น ๆ ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน เพราะกระถางใหญ่มันเตรียมดินลำบาก
การเปลี่ยนกระถางต้องดูไม้ ถ้าไม้เล็กกระถาง 12 นิ้ว ประมาณ 3 เดือนกว่าจึงเปลี่ยน ถ้าไม้ใหญ่กระถาง 50 นิ้ว ขึ้นไป อย่างน้อยต้อง 5-6 เดือน
การเลี้ยงชวนชมไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ว่าทุกคนทำรากออกมาให้ดูดีกลับต่างกัน ต้องสังเกตรายละเอียดทุกอย่างบางครั้งกิ่งยาวต้องคลุม ต้องคอยดึงยอดอ่อน ซึ่งเทคนิคทั้งหลายพีรภัทรยอมรับว่า ส่วนใหญ่เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างการเด็ดยอดอย่างเดียว ดึงใบเว้นใบ ถ้ากิ่งยืดให้ดึงบ่อยขึ้น ที่เขากล้าพูดอย่างนี้เป็นเพราะทดลองมาหลายวิธี
“เคยลองตัดครึ่งใบอย่างที่เขาแนะนำ มันเอาไม่อยู่หรอก มันยังเหลือก้านใบให้ยืด แต่ถ้าดึงใบบ่อย ๆ เกินไปจนเป็นปม เราก็ปล่อยบ้าง ผลสุดท้ายคำตอบอยู่ที่ตัวเอง เราจะรู้ด้วยตัวเอง”  
สุดท้ายพีรภัทรฝากไว้ว่า หากท่านใดสนใจอยากเข้าชมสวนหรือแวะดูไม้คุณภาพ กรุณาติดต่อล่วงหน้า เพราะเกรงว่าวันว่างอาจจะไม่ตรงกัน เป็นไปได้นัดวันเสาร์-อาทิตย์ดีที่สุด เพราะทั้ง 2 วันนี้เขาอยู่ที่สวนตลอด

ขอขอบคุณ
...พีรภัทร ปิ่นทอง
สวน Mr. P
50/1 .10 (บ้านทุ่งลานโพธิ์) .วังลึก
.สามชุก จ.สุพรรณบุรี 72130
โทรศัพท์. 08-6513-2519

ไม่มีความคิดเห็น: